เผยคำพูดลุงหัวร้อน ลั่นชัด หมั่นไส้ จะชนแม่งให้ตาย ก่อนซิ่งเก๋งชนเพื่อนบ้านดับ

0
141
 

               ลุงซิ่งขับรถชนเพื่อนบ้านดับ พูดชัดก่อนเกิดเหตุ หมั่นไส้ จะขับชนแม่งให้ตาย เมียผู้เสียชีวิตยอมรับ ตากผ้าหน้าบ้านจริง แต่ไม่ขวางทางใคร เผยลุงผู้ก่อเหตุเป็นคนหัวร้อน น่าจะมาคุยกันดี ๆ รับไม่ได้กับความสูญเสีย


              
จากกรณีข่าว ลุงขับรถชนเพื่อนบ้านเสียชีวิต ขณะรดน้ำต้นไม้ เนื่องจากไม่พอใจเรื่องตั้งราวตากผ้าขวางเกะกะขวางทาง โดยคลิปวิดีโอกล้องวงจรปิดบันทึกเหตุการณ์ได้ชัดเจน เผยให้เห็นว่าผู้ก่อเหตุอยู่บ้านติดกันกับผู้เสียชีวิต โดยผู้ก่อเหตุได้ขับรถไปรับเด็กออกจากบ้านฝั่งตรงข้าม ก่อนจะถอยไปตั้งหลัก แล้วตั้งใจขับชนอย่างแรง และลากร่างผู้ตายไปราว 50 เมตร ตามที่ปรากฏเป็นข่าวนั้น (อ่านข่าว – คลี่ปมสังหาร ลุงหัวร้อนซิ่งเก๋งชนเพื่อนบ้านดับ เหตุแค้นตั้งราวตากผ้าขวางทาง)

ขับรถชนคน
นายไพบูลย์ ส่างสาร อายุ 56 ปี คนร้ายผู้ก่อเหตุ
 ภาพจาก รายการทุบโต๊ะข่าว

               เกี่ยวกับเรื่องนี้ วันที่ 26 มกราคม 2563 รายการทุบโต๊ะข่าว ทางช่องอมรินทร์ ทีวี รายงานว่า น.ส.ปาณกมล รัศมี อายุ 44 ปี ภรรยาของ นายสุพรรณ ญาติบรรทุง อายุ 57 ปี ผู้เสียชีวิต เปิดเผยว่า ตนเองรู้จักกับ นายไพบูลย์ ส่างสาร อายุ 56 ปี คนร้ายผู้ก่อเหตุ มานานแล้ว เนื่องจากนายไพบูลย์เป็นเพื่อนของพี่ชาย จึงค่อนข้างคุ้ยเคยกัน

               ตนกับครอบครัวย้ายมาอาศัยที่หมู่บ้านหมู่บ้านกรุงศรีซิตี้ ซอยที่ 3 ต.คลองสวนพลู อ.พระนครศรีอยุธยา จ.พระนครศรีอยุธยา ได้ประมาณ 10 ปีแล้ว และย้ายขยับมาอยู่บ้านติดกับนายไพบูลย์ เมื่อราว 5 – 6 ปีก่อน  ในช่วงแรกที่ตนย้ายมา นายไพบูลย์ยังไม่มีงานทำ และมักจะเข้ามาขอข้าวกินที่บ้าน ซึ่งแม่ก็แบ่งปันข้าวปลาอาหารให้ทุกครั้ง และตนก็เคยอีกทั้งตนยังเคยว่าจ้างให้นายไพบูลย์ไปรับส่งลูกชายที่โรงเรียนด้วย

ขับรถชนคน
น.ส.ปาณกมล รัศมี ภรรยาผู้เสียชีวิต 
ภาพจาก รายการทุบโต๊ะข่าว

               น.ส.ปาณกมล เล่าว่า ตนได้ยินมาว่านายไพบูลย์เป็นคนอารมณ์ร้อน เมื่อ 2 ปีก่อน นายไพบูลย์เคยมีปัญหากับคนที่มาว่ายน้ำในหมู่บ้าน ที่มาจอดรถขวางหน้าบ้านแก จนมีปากเสียงทะเลาะวิวาทกันกัน ขณะนั้นนายไพบูลย์มีท่าทีฉุนเฉียว และไม่ค่อยยับยั้งอารมณ์ หลังจากเกิดเรื่อง นายไพบูลย์ก็ติดป้ายไว้ที่รั้วหน้าบ้านตัวเอง ระบุข้อความด่าคนที่มาจอดรถขวางทางหน้าบ้าน ซึ่งหลังจากนั้นเป็นต้นมา ก็ไม่มีใครกล้ามาจอดรถขวางหน้าบ้านแกอีกเลย และก็ไม่เห็นว่าแกมีปัญหากับคนอื่นที่ไหนอีก

               ส่วนสามีของตนทำงานอยู่ที่ต่างจังหวัด ไม่ค่อยได้กลับบ้าน เพิ่งกลับมาบ้านเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา สามีไม่เคยมีปัญหากับใคร และไม่ได้ทะเลาะอะไรกันกับนายไพบูลย์ ตนยอมรับว่ามีการตั้งราวตากผ้าไว้ที่หน้าบ้านจริง แต่ยืนยันว่าไม่ได้ไปตั้งขวางหน้าบ้านนายไพบูลย์ ตั้งอยู่ตรงหน้าบ้านตัวเอง และตากเฉพาะวันเสาร์-อาทิตย์เท่านั้น เพราะเป็นวันที่ตนหยุดงาน ตนก็เป็นคนขับรถเป็น จึงรู้ดีว่าควรตั้งแค่ไหน ถึงจะไม่ขวางทางผู้อื่น

               น.ส.ปาณกมล เผยอีกว่า ในเรื่องการก่อเหตุ ตนคาดว่าน่าจะเกิดจากอารมณ์ชั่ววูบ แต่ตนมองว่า ถ้าหากมีปัญหากัน ควรจะเข้ามาพูดคุยกันดี ๆ เพราะเป็นมนุษย์ด้วยกันทั้งคู่ ตนยืนยันจะไม่ให้อภัยกับคนก่อเหตุ เพราะเป็นการสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่ ไม่สามารถทำใจยอมรับได้ อนาคตลูกหลังจากนี้จะเป็นอย่างไร เพราะสูญเสียพ่อที่เป็นเสาหลักของครอบครัวไปแล้ว

               ขณะที่ นายอมรพล เรืองสังข์ โค้ชฟุตบอล เปิดเผยว่า ในวันเกิดเหตุ เวลาประมาณ 08.30 น. ตนเห็นรถเก๋งคันหนึ่งเข้ามาที่บริเวณด้านหน้าสนามฟุตบอล จอดเสียงดังมากจนฝุ่นตลบ สภาพรถกันชนด้านหน้าพัง ยางเเตกทั้ง 2 ข้าง ตนพบเห็นตายาย หลานชาย วัย 8 ขวบ ซึ่งเป็นลูกศิษย์ที่เรียนฟุตบอลกับตน กับหลานสาว อายุประมาณ 9-10 ปี ยืนอยู่ข้างรถเก๋ง สภาพตกใจตัวสั่น และเด็กผู้หญิงร้องไห้

               ตนจึงเข้าไปสอบถามว่าเกิดอะไรขึ้น ก็ได้ความว่า ตายายได้จ้างนางไพบูลย์ให้ขับรถไปส่งหลานเรียนฟุตบอล ตอนที่ขับรถออกจากบ้านนั้น ตายายเล่าว่า นายไพบูลย์เห็นสุพรรณยืนรดน้ำต้นไม้อยู่ และพูดขึ้นว่า “หมั่นไส้ เดี๋ยวจะขับชนเเม่งให้ตายเลย” ตาได้ยินก็ตกใจ รีบห้ามปรามให้ใจเย็น แต่ก็มาเกิดเหตุร้ายขึ้น ซึ่งตอนนั้นทุกคนในรถช็อกมาก กรีดร้องตกใจ เด็ก ๆ ก็ร้องไห้ จากนั้นนายไพบูลย์ก็ขับรถออกจากซอยอย่างรวดเร็ว และจอดทิ้งไว้ที่สนามฟุตบอล นายไพบูลย์ยกมือไหว้ขอโทษตายาย เเล้ววิ่งลงจากรถและนั่งวินมอเตอร์ไซค์หลบหนีไป

               ทางด้าน ภรรยาเเละลูกสาวของนายไพบูลย์ ได้เดินทางไปให้ปากคำกับพนักงานสอบสวน สภ.พระนครศรีอยุธยา โดยภรรยาเปิดเผยว่า ตนกับลูกสาวไม่รู้เลยว่าเกิดอะไรขึ้น จนกระทั่งมาเห็นข่าวและคลิป ที่ผ่านมาไม่รู้ว่าสามีมีปัญหาบาดหมางอะไรกับผู้เสียชีวิตหรือไม่ เนื่องจากนิสัยของสามีเป็นคนไม่ค่อยพูด เวลามีปัญหาก็จะเก็บไว้คนเดียว ทุกเช้าตนจะออกจากบ้านเพื่อไปทำงาน ส่วนสามีจะขับรถให้เจ้านาย พอเสร็จแล้วก็จะไปขี่วินมอเตอร์ไซด์ต่อ กว่าจะกลับถึงบ้านก็มืด ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ตนเข้านอนเเล้ว ตอนนี้อยากให้สามีเข้ามอบตัวกับตำรวจและรับผิดชอบในสิ่งที่ทำลงไป
 ขับรถชนคน

อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมจาก